Random Posts

วันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2561

เมื่อดาวหางมาเยือน กับการตายของบุคคลมีชื่อเสียงของโลก

0 comments
....ความเชื่อเรื่องความตายกับดวงดาวมีมาแต่โบราณแล้ว เช่น ตอนขงเบ้งจะตายก็ได้ออกมาดู

ดาวแล้วทำนายว่าอีกไม่นานตัวเองจะตาย   (คือดาวประจำตัวไม่สุกใสเหมือนก่อน  เดาเอา)

ฝ่ายศัตรูที่รู้ศาสตร์ด้านนี้ก็รู้เหมือนกัน

ใครเคยดูหนังเรื่องสุริโยไทคงจะจำตอนที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่  2 (ที่พิศาลเล่น) เห็นดาวหางแล้วสวรรคต

ในหนังท่านทำท่าตกใจเว่อร์มาก  จนหลายคนอาจจะงงว่าเกิดไรขึ้น   หนังเหมือนสื่อว่า ท่านตกใจกลัวดาวหาง

จนสวรรคต  ที่จริงไม่ใช่  หลายๆเหตุการณ์ดาวหางจะปรากฏ


ตอนคนดังในโลกไม่สบาย  ดาวหางจะมาบอกลางมากกว่า  คนไม่สบายก็อาจใจเสีย เพราะเรื่องมีบันทึกไว้

ไม่ใช่ดาวหางทำให้ตายเหมือนในภาพยนตร์  แต่ดาวหางสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2

ไม่ทราบว่าเป็นดาวหางอะไรเพราะบวกลบดูแล้วไม่ใช่ดาวหางฮัลเล่ย์ 

ส่วนปีร.5 สวรรคตเป็นดาวหางฮัลเล่ย์จริง  (พ.ศ 2453)


.....ปีนั้นนอกจากร.5 จะสวรรคต  พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งอังกฤษ

(พระราชโอรสในพระราชนีนาถวิกตอเรีย  เป็นทูลหม่อมทวดควีนอลิซาเบธที่  2) ก็สวรรคตด้วย
(พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7)

.....คืนที่ร.5 จะสวรรคต  หม่อมศรีพรหมา

(หม่อมในหม่อมเจ้าสิทธพร กฤดากร เจ้าของวลี เงินทองของลวงตาข้าวปลาเป็นของจริงนั่นแหละ)

ตอนนั้นท่านเป็นนางพระกำนัลรับใช้ในสมเด็จพระพันปีหลวง

(พระราชินีนาถในร.5  พระราชชนนีในร.6-7)   เล่าว่า  คืนนั้นเป็นเวรท่านต้องไปเฝ้าคอยรับใช้

ในห้องที่ร.5  บรรทม   หม่อมศรีพรหมาบอกว่า เห็นดาวหางฮัลเล่ย์พาดผ่านอยู่ระดับเดียวกันกับ

ห้องที่ประทับของร.5   


(หม่อมศรีพรหมา เป็นพระธิดาในพระเจ้าสุริยะพงศ์ผริตเดช เจ้าประเทศราชผู้ครองนครน่าน)

.....สำหรับคนสามัญไม่แน่ใจว่ามีดาวประจำตัวหรือเปล่า ไม่เห็นมีบันทึก

ตอนซีซาร์จะตายก็เห็นดาวหางนี้และได้พูดว่า กษัตริย์ตายเท่านั้นดาวหางถึงขึ้น  คนสามัญหาขึ้นไม่

ดาวหางฮัลเล่ย์ถูกค้นพบโดยเอ็ดมันด์  ฮัลเล่ย์  นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ  


(เอ็ดมันด์  ฮัลเล่ย์  เพื่อน Sir Isaac Newton  คอยให้กำลังใจกันและกันแต่งหนังสือให้เราศึกษา)

.....ดาวหางนี้จะเวียนมาให้

เราเห็นทุกๆ 75-76 ปี  ล่าสุดมาเมื่อปี  2529  ข้อยยังออกมาดูเลย (ปีนั้นสมเด็จพระเทพฯเสด็จพม่า) 

แต่จำไม่ได้ว่าประเทศไทยเห็นหรือเปล่า

ดาวหางฮัลเล่ย์เป็นดาวแห่งหายนะเพราะเมื่อผู้คนพบเห็นดาวหางนี้  คนดังผู้นำประเทศมักจะเสียชีวิต

และโลกมักจะพบกับภัยพิษัติอยู่เสมอ

ประมวลเหตุการณ์ตอนดางหางฮัลเล่ย์มาเยือนโลกตั้งแต่อดีตว่าเกิดหายนะอะไรขึ้นบ้าง


พ.ศ  303  เกิดสงครามโรมันกับคาร์เทจ  คนตายเป็นเบือ

พ.ศ  600  เกิดกบฏต่อต้านโรม  เกิดสงครามทำให้กรุงเยรูซาเล็มพินาศ

พ.ศ  994  นครของชาวฮั่นถูกตีแตก

พ.ศ  1999   เกิดไข้ทรพิษในไทย  คนล้มตายเป็นจำนวนมาก

พ.ศ  2453  ร.5  กับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่  7 สวรรคต

และอื่นๆอีกมากมาย

ดาวหาง ในสมัยรัชกาลที่ 2


สมัยรัชกาลที่ 2 ระหว่าง วันพฤหัสบดี 5 แรม 13 ค่ำ เดือน 9 ปีมะเส็ง จ.ศ. 1171 (พ.ศ.2352) ถึงวันพุธ เดือน 8 แรม 11 ค่ำ ปีวอก จ.ศ. 1186 (พ.ศ.2367) ทรงครองราชย์อยู่ 16 พรรษา (ประมาณปี พ.ศ.2352 -2367) มีบันทึกเรื่องดาวหางที่สำตัญดังนี้

ดาวหางในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้มีบันทึกว่า เมื่อปี จ.ศ. 1173 ณ เดือน 7 ข้างขึ้น เวลายามเศษ ทางทิศพายัพ แลเห็นเหมือนแสงเพลิงติดในอากาศ เรียกว่า ธุมเพลิง แต่นั้นก็เกิดไข้ป่วงใหญ่มาแต่ทางทะเล ไข้นั้นเกิดมาแต่เมืองเกาะหมากก่อน แล้วข้ามมาหัวเมืองฝ่ายตะวันตก ติดต่อขึ้นมาจนถึงปากน้ำเจ้าพระยา ชาวเมืองล้มตายลงเป็นอันมาก ฯ

- วัน 1 แรม 10 ค่ำ เดือน 7 เวลาย่ำค่ำ เห็นดาวหางขึ้นทางทิศพายัพ หางไปทิศอิสาน พอถึง ณ วัน 1 แรม 7 ค่ำ เดือน 2 ดาวหางก็สูญหายไป ฯ


ดาวหางในสมัยรัชกาลที่ 3 


สมัยรัชกาลที่3 ระหว่าง วันพุธ เดือน 8 แรม 11 ค่ำ ปีวอก จ.ศ. 1186 ถึงวันพุธ เดือน 5 ขึ้น 1 ค่ำ ปีกุน จ.ศ. 1212 ทรงครองราชย์อยู่ 27 พรรษา (ประมาณปี พ.ศ.2367 - 2393) มีบันทึกเรื่องดาวหางที่สำคัญดังนี้

จ.ศ. 1187 (พ.ศ.2368) - ณ วัน 6 แรม 1 ค่ำ เดือน 12 เพลา 3 ทุ่ม มีดาวหาง ฯ

จ.ศ. 1189 (พ.ศ.2370) - ณ วัน 4 แรม 9 ค่ำ เดือน 11 เพลา 2 ทุ่ม ปรากฏการณ์อากาศมีสีดังฟ้าแลบ โตเท่าลำตาลยาวประมาณ 2 เส้น และตกลงมาข้างทิศหรดีแล้วพุ่งไปต่อทิศอาคเนย์ปรากฏอยู่จนรุ่ง ฯ

-เดือน 3 เจ้าอนุฯ คิดกบฏ ฯ

-จ.ศ.1189 วันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 เพลาบ่าย ธุมเกตุ ออกทิศบูรพา เพลาค่ำ ดาวอินทนูขึ้น ฯ

-ณ วันแรม 4 ค่ำ เดือน 5 เสด็จกรมหมื่นนเรศโยธี สวรรคต

-ณ วันแรม 14 ค่ำ เดือน 5 เพลาเย็น บังเกิดคลองฟ้าที่กลางอากาศเป็น 2 เส้น เป็นลำโตใหญ่ ตั้งแต่ทิศประจิมไปจดทิศบูรพา ฯ

จ.ศ. 1192 (พ.ศ.2373) - ณ วัน 5 ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 7 เวลายามเศษ ทิศพายัพเป็นแสงไฟจับอากาศ โหรดูเคราะห์เมืองว่าร้าย จะมีศึกมาแต่ทิศทักษิณ ให้ตั้งพิธียิงปืนอาฏานา ฯ

- ณ วัน 4 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 7 คนตายด้วยโรคลงรากเป็นอันมาก ฯ

ดาวหางในสมัยรัชกาลที่ 4

สมัยรัชกาลที่ 4 ทรงครองราชย์เมื่อวันพุธ 4 เดือน 5 ขึ้น 1 ค่ำ ปีกุน จ.ศ.1212 ถึงวันพฤหัสบดี 5 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง จ.ศ. 1230 (ประมาณปี พ.ศ. 2393 - 2411) มีบันทึกเรื่องดาวหางที่สำคัญ ดังนี้

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ได้ทรงบันทึกเหตุการณ์ในวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้สวรรคต ไว้ดังนี้
“ทุ่มเศษวันนั้น ท้องฟ้าเป็นควัน หมอกคลุ้มโตใหญ่ ใช่หน้าน้ำค้าง หมอกลงเหลือใจ บุราณว่าไว้ ธุมเกตุเกิดมี แลดูท้องฟ้า ต่ำเตี้ยเต็มที ดวงพระจันทร์สี แดงคล้ำหมองไป ครั้งถึงเวลา พระสงฆ์ปวารณา เสด็จสวรรคาลัย...”

-------------------------------------
(หมายเหตุ : ในชีวิตเคยพบเห็นหมอกธุมเกตุครั้งหนึ่ง ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 10 นาฬิกาเศษ เป็นลักษณะคล้ายกับที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ ทรงบันทึกไว้ - สายน้ำ)

ดาวหางในสมัยรัชกาลที่ 5


สมัยรัชกาลที่ 5 ระหว่างวันพฤหัสบดี 5 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง จ.ศ. 1230 (ประมาณปี พ.ศ.2411) ถึง วันเสาร์ 7 แรม 11 ค่ำ เดือน 11 ปีจอ จ.ศ. 1272 (พ.ศ.2453) ทรงครองราชย์อยู่ 42 พรรษา (ประมาณปี พ.ศ. 2411 - 2453) มีบันทึกเรื่องดาวหางที่สำคัญ (มีดาวหางฮัลเลย์ปรากฏ มองเห็นได้ในไทย) ดังนี้

ม.จ.หญิง พูนพศมัย ดิศกุล ได้ทรงนิพนธ์เล่าไว้ว่า -

“ข้าพเจ้าก็ไปคอยเฝ้าพระบรมศพที่ริมถนนราชดำเนิน พวกราษฏรเอาเสื่อไปปูนั่งกันเป็นแถวตลอดสองข้างทาง จะหาหน้าใครที่มีแม้ยิ้มก็ไม่มีสักผู้เดียว ทุกคนแต่งดำนำตาไหลอย่างตกอกตกใจด้วยเคยรู้รส อากาศมืดคลุ้ม มีหมอกขาวลงจัด เกือบถึงหัวคนเดินทั่วไป ผู้ใหญ่เขาบอกว่า นี่แหล่ะคือ หมอกธุมเกตุ ที่ในตำราเขากล่าวถึงว่า มักจะมีในเวลาที่มีเหตุใหญ่ๆเกิดขึ้น ...”

ม.ร.ว. ศึกฤทธิ์ ปราโมช - ก็ได้บันทึกว่า มีดาวหางปรากฏเห็นได้ที่จังหวัดกาญจนบุรี

ดาวหางในสมัยรัชกาลที่ 7 


ปรากฏว่าก่อนมีการปฏิวัติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ก็มีดาวหางปรากฏทำให้คนโจษจันกันมาก จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ต้องทรงจ้างนักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน อธิบายให้คนทั้งหลายทราบว่า การขึ้นของดาวหางเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติหาใช่ลางร้ายแก่บ้านเมืองประการใด ไม่ ฯ

ดาวหางในสมัยรัชกาลที่ 8


ในปีพ.ศ. 2489 ก่อนที่จะมีเหตุการณ์สวรรคตนั้น ปรากฏว่า มีดาวหางขึ้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เวลา 3 น.เศษ ผู้คนลุกขึ้นดูดาวหาง และลือกัน ดาวหางนี้ปรากฏอยู่ 3 คืน จึงหายไป ฯ

บทสรุป และข้อสังเกตเรื่องดาวหางจากปูมโหร

จากปูมโหรที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เรื่องดาวหางที่ได้บันทึกไว้ นอกจากที่เห็นเป็นลักษณาการของดาวหางแล้ว ยังรวมถึงเรื่องคลองฟ้า และ ธุมเกตุ และธุมเพลิง เอาไว้ด้วย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหมายถึงเรื่องดาวหางทั้งสิ้น สำหรับ “คลองฟ้า” นั้นมีตำราอีกปกรณ์หนึ่ง เรียกว่า “ตำราคลองฟ้า” กล่าวคือ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น